เราทุกคนทราบกันดีว่า “ความประหยัด” คือ สิ่งที่ดีและสมควรที่จะกระทำ เพื่อที่จะดำรงชีวิตได้อย่างเป็นสุข แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีคนอีกเป็นจำนวนมากที่เข้าใจคำว่า “ความประหยัด” ผิดไป กลายเป็น “ความตระหนี่” ที่น่ากลัว

ความแตกต่างระหว่าง “ความประหยัด” และ “ความตระหนี่”

ความประหยัด หมายถึง การใช้จ่ายเงินหรือการใช้สิ่งหนึ่งสิ่งใดให้เกิดประโยชน์สูงสุดหรือใช้อย่างคุ้มค่า โดยไม่จำกัดว่าจะเป็นการใช้เพื่อตัวเองหรือเพื่อผู้อื่น ซึ่งความหมายโดยสรุป ก็คือ การใช้จ่ายหรือใช้สิ่งของเท่าที่จำเป็นนั่นเอง

ส่วน ความตระหนี่ หมายถึง การใช้จ่ายหรือการใช้สิ่งหนึ่งสิ่งใดอย่างไม่ถูกต้องเหมาะสม ไม่ซื้อเมื่อจำเป็นต้องซื้อเพราะกลัวจะสิ้นเปลือง ไม่จ่ายเมื่อจำเป็นต้องจ่ายเพราะหวงเงินเก็บไว้ ซึ่งความหมายโดยสรุป ก็คือ การหวงแหนเงินหรือทรัพย์สินในทางที่ไม่ถูกต้องนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น การเลือกรับประทานแต่อาหารที่ไม่มีประโยชน์ เพราะราคาถูก ค่าใช้จ่ายน้อย จนทำให้ป่วยและเกิดโรค เมื่อเกิดโรคก็ไม่ไปรักษาเพราะไม่อยากจ่าย หากเป็นแบบนี้ไม่เรียกว่าความประหยัด แต่เรียกว่าความตระหนี่ ซึ่งการตระหนี่นี้น่ากลัว ไม่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตตนเองและคนรอบตัวเลย

รู้จักประหยัด

ความประหยัดไม่ทำร้ายใคร แต่ความตระหนี่เป็นตัวอันตราย

หลายคนอาจคิดว่าการใช้ชีวิตอย่างประหยัด คือ การใช้ชีวิตอย่างกระเบียดกระเสียน ไม่ได้รับประทานอาหารอร่อยๆ , ไม่ได้ไปเที่ยวในที่ที่อยากจะไป , ไม่ได้ทำอะไรอย่างที่จะทำ ซึ่งแท้ที่จริงแล้วนั่นคือความเข้าใจผิด การใช้ชีวิตอย่างประหยัด คือ การใช้จ่ายอย่างเหมาะสม รู้ว่าอะไรจำเป็น อะไรไม่จำเป็น และสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข รับประทานอาหารอร่อยได้ ไปเที่ยวได้ ทำอะไรอย่างที่ต้องการจะทำได้ แค่เพียงคิดก่อนใช้จ่ายและใช้จ่ายให้ได้อย่างคุ้มค่า เหมาะสมกับเงินที่จ่ายไปเท่านั้นเอง ถ้าเราเป็นคนชื่นชอบกีฬาฟุตบอล การเลือกจ่ายค่าบริการดูบอลออนไลน์รายเดือนหลักร้อย แทนการต้องไปรับประทานร้านอาหารเพื่อดูจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่โดยต้องสั่งอาหารมากินหลักพันแม้ไม่อยากกินก็ตาม การเลือกเสียค่าบริการรายเดือนจะเรียกว่าการประหยัด เพราะเราต้องการดูบอลออนไลน์เท่านั้นไม่ได้อยากทานอาหารร้านติดหรูแม้แต่นิดเดียว นี่คือหลักแนวคิดแบบเข้าใจง่าย

แต่สำหรับความตระหนี่นั้น นอกจากจะอันตรายต่อตัวเองแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อผู้อื่นด้วย เนื่องจากคนที่มีความตระหนี่ จะมีความหวงแหนในทรัพย์สินเงินทองมากเกินควร ไม่ยอมใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น ไม่ยอมเสียเงินไปกับสิ่งที่สมควร ยกตัวอย่างเช่น การซื้อของไม่มีคุณภาพเพราะเห็นแก่ราคาถูกมาใช้ นอกจากอายุการใช้งานจะไม่ยืนยาว ต้องสิ้นเปลืองเงินซื้อบ่อยๆ โดยไม่จำเป็นแล้ว ยังอาจเกิดอันตรายจากความไม่ได้มาตรฐานของสิ่งของนั้นๆ ด้วย หากสิ่งของเหล่านั้นที่มีราคาถูกแต่คุณภาพต่ำ เกิดกลไกลการทำงานขัดข้องระเบิดหรือเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินอื่นๆ ตามไปด้วยก็ถือว่าไม่คุ้มเลย หากเลือกที่จะจ่ายไปกับของที่มีคุณภาพและได้รับมาตรฐานความปลอดภัยตั้งแต่แรก ก็จะไม่ต้องเสียทรัพย์สินอื่นๆ และยังมีความปลอดภัยต่อตนเองและทุกคนในบ้านด้วยเช่นกัน

ดังนั้นจึงควรเลือกดำเนินชีวิตโดยใช้หลักแห่งความประหยัดและหลีกหนีให้ไกลจากความตระหนี่ ควรเลือกใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในแบบที่เหมาะสม เลือกที่จะเป็นผู้ให้ในโอกาสที่เหมาะสมและแบ่งปันสิ่งดีๆ ให้กับคนอื่นๆ ที่อยู่รอบตัว หากเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังใช้ชีวิตอย่างเบียดเบียนตนเองและเบียดเบียนผู้อื่นแล้วล่ะก็ ขอให้รู้ว่าคุณกำลังก้าวเข้าสู่เขตของความตระหนี่แล้ว จงรีบออกมาจากตรงนั้นและกลับเข้าสู่พื้นที่ของความประหยัด จะได้มีชีวิตอย่างถูกต้องและเหมาะสม มีแต่คนนิยมชมชอบในน้ำใจและวิถีการดำเนินชีวิตที่ดีงามตามแบบฉบับของคุณเอง